ประวัติวัดแทนวันดีเจริญสุข

            ประวัติวัดแทนวันดีเจริญสุข ผู้รวบรวมได้บันทึกจากคำบอกเล่าของพ่อสุรินทร์-แม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ผู้สนองเจตนาของคุณตาเจริญ แทนวันดี และได้วางรากฐานการสร้างวัดให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ เมื่อรวบรวมประวัติวัดได้แล้ว จึงให้คุณพ่อสุรินทร์ อ่านตรวจทาน จากนั้นท่านแนะนำว่าควรพิมพ์ประวัติวัด ออกแจกแก่สาธุชนที่มาร่วมงานทอดกฐินสามัคคี ในปี ๒๕๔๘ นับแต่นั้นมาตลอดเวลา ๕ ปี ทางวัดจึงพิมพ์ประวัติออกแจกจ่ายแก่ผู้ที่มาเยือน เมื่อวัดก้าวสู่ปีที่ ๖ ผู้มีจิตอาสาเขียนเว็บไซต์ www.tanwandee.org ออกเผยแพร่ จากนั้นเมื่อมีงานทางวัดจึงไม่ได้พิมพ์ประวัติวัดออกแจกจ่ายเหมือนอย่างช่วงแรก เพราะเห็นว่าผู้สนใจสามารถหาประวัติวัดอ่านได้จากเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นแล้ว

            เมื่อวัดแทนวันดีเจริญสุข ได้พัฒนาก้าวสู่ปีที่ ๑๑ กำลังจะได้รับการยกสถานะขึ้นเป็นวัด คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าควรพิมพ์เพิ่มเติมเหตุจูงใจของคุณตาเจริญ แทนวันดี ก่อนจะสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเป็นวัด เพื่อให้ประวัติของวัดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ปณิธานของตระกูลโพธิ์พุฒตาลและแทนวันดี

           ย้อนไปในอดีตเมื่อคุณตาเจริญ มีอายุได้ ๕๑ ปี ได้ปรารภจะยกที่ดินให้สำนักงานเขต เพื่อสร้างสถานีอนามัย เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ ในขณะนั้นคุณแม่สุรินทร์มีอายุได้ ๑๓ ปี ต่อมาใน ปี พ.ศ.๒๕๒๗ คุณตาเจริญ มีอายุได้ ๗๕ ปี จึงได้ดำเนินการยกที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น แต่ราคาประเมินที่ดินสูงกว่าเดิมมาก จากไร่ละพันกว่าบาท เป็นไร่ละล้านกว่าบาท สำนักงานเขตได้แจ้งว่า ไม่มีงบประมาณในการสร้างอาคาร จึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้

           จนกระทั่งต่อมาในปี ๒๕๔๒ ได้มีความดำริที่จะสร้างวัด ตามคำแนะนำของคุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ซึ่งขณะนั้นท่านได้สร้างวัดโพธิ์พุฒตาล ไปแห่งหนึ่งแล้ว จึงชักชวนให้คุณตาเจริญได้สร้างวัดขึ้นเป็นแห่งที่สอง คุณพ่อสุรินทร์ได้นำเงินส่วนหนึ่งจากท่านเองและจากคุณปู่ปลื้ม คุณย่าเชื่อม มาดำเนินการก่อสร้าง โดยเริ่มทำการตัดถนน ปรับพื้นที่ ในปี ๒๕๔๓ ในขณะนั้นคุณตาเจริญเริ่มมีอาการป่วย จากคำบอกเล่าความเป็นมาจากคุณพ่อสุรินทร์ ทำให้ทราบว่าเงินค่าก่อสร้างวัดโพธิ์พุฒตาล ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นของคุณตาเจริญ ส่วนเงินค่าก่อสร้างเริ่มแรกของวัดแทนวันดีเจริญสุข เป็นของคุณพ่อสุรินทร์ อาคารหลังแรกของสำนักสงฆ์คืออาคารเจริญปัญญา อาคารธรรมรัตน์ ห้องน้ำ และรากฐานอาคารศาลาการเปรียญ โดยท่านได้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง

           ในปี ๒๕๔๘ เมื่อมีอาคารสำหรับพระภิกษุได้ปฏิบัติศาสนกิจแล้ว จึงได้กราบเรียนไปยังหลวงพ่อปัญญานันทะ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ พระมหาทวีป กตปุญฺโญ มาเป็นประธานสงฆ์ จวบจนปัจจุบัน

           เป็นที่ปรากฏแล้วว่าคุณตาเจริญ แทนวันดี ได้เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหลักในการสร้างวัดโพธิ์พุฒตาลและคุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหลักในระยะเริ่มต้นก่อสร้างวัดแทนวันดีเจริญสุข จะเห็นถึงปณิธานของสกุล แทนวันดีและโพธิ์พุฒตาล ที่มีจิตตั้งมั่นในการประกอบคุณงามความดี เพื่อสาธารณะประโยชน์และเพื่อพระศาสนา จวบจนปัจจุบัน ลูกหลานของท่านทั้งสองสกุลก็ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเหล่านั้นตลอดไป

           วัดแทนวันดีเจริญสุข เป็นสถานที่สร้างใหม่ มีสภาพแวดล้อมสะอาด สงบ ร่มรื่น ตั้งอยู่ชานเมืองหลวง ห่างจากวัดชลประทานรังสฤษดิ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ๔๕ กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าสู่กลางเมืองหลวง โดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที หากเดินทางออกจากส่วนกลางของกรุงเทพมหานคร โดยถนนพระราม ๒ ให้เลี้ยวซ้ายที่ถนนท่าข้าม ระยะทางจากปากซอยไปหนึ่งกิโลเมตร แล้วกลับรถที่ปากซอยเข้าหมู่บ้านทองปานนิเวศน์ จากนั้นอีก ๕๐ เมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยถนนท่าข้าม ๖/๑ อีก ๕๐๐ เมตรจะถึงสำนักสงฆ์ซึ่งอยู่สุดซอย

           การตั้งชื่อวัดในสังคมไทยมีหลายลักษณะ มีทั้งวัดที่มีชื่อพระราชทาน ชาวบ้านผู้มีศรัทธาเสนอเพื่อตั้งชื่อ วัดที่ใช้ชื่อผู้สร้างเป็นอนุสรณ์ มีตัวอย่างอยู่หลายวัด ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนกลางอยู่แถวฝั่งธนบุรี มีวัดใหม่ยายแป้น วัดใหม่ยายมอญ ในส่วนภูมิภาคมีวัดพระนางสร้าง อยู่จังหวัดภูเก็ต และยังมีวัดอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

ทำไมจึงชื่อแทนวันดีเจริญสุข

           “แทนวันดีเจริญสุข” เป็นชื่ออนุสรณ์แก่ผู้ถวายที่ดินสร้างวัด เพราะคำว่า แทนวันดี คือนามสกุลของคุณตาเจริญ เจ้าของที่ ซึ่งเป็นชาวฝั่งธนบุรี ท่านเป็นคนขยัน ประหยัด มองการณ์ไกล จึงสามารถสร้างฐานะได้มั่นคง คุณตามีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เคยปรารภจะยกที่ดินบางส่วนเพื่อสร้างสาธารณะประโยชน์ แต่ทางราชการไม่ได้ดำเนินการตามเจตนา ต่อมาที่ดินแปลงดังกล่าว ลูกหลานได้สานต่อเจตนาคุณตา เริ่มดำเนินการปรับพื้นที่และสร้างอาคารเจริญปัญญาตั้งแต่กลางปี ๒๕๔๖ โดยการควบคุมของคุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล คำว่า สุข เป็นชื่อน้องสาว ที่มีศรัทธามอบเงินร่วมสร้างวัด สำนักสงฆ์แห่งนี้จึงชื่อว่า “แทนวันดีเจริญสุข” สร้างขึ้นในที่ดิน ๙ ไร่ ๑ งาน ๓๐ ตารางวา ตั้งอยู่ถนนท่าข้าม ๖/๑ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร วัดนี้ เกิดจากศรัทธาและกำลังทรัพย์ของคุณตาเจริญ พร้อมด้วยลูกหลาน ญาติมิตร และผู้มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทราบว่าในช่วงบั้นปลายชีวิต คุณตาเจริญ ได้ปรารภไว้ว่า “ขอให้ลูกหลานจัดสรรทรัพย์ส่วนหนึ่งทำบุญไว้ในพระพุทธศาสนา”

           คุณตาเจริญ แทนวันดี มีบุตร ธิดา ๓ คน ถึงแก่กรรมแล้ว ๒ คน คุณแม่สุรินทร์ แทนวันดี เป็นลูกหญิงคนเดียว คุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล เป็นบุตรเขย ท่านทั้งสองมีจิตสำนึกในหน้าที่ กตัญญูรู้คุณบิดา มารดา สานต่อเจตนาคุณตาเจริญ จึงสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น เบื้องต้นสร้างกุฏิ ๒ ชั้นจำนวน ๒ หลัง และห้องน้ำ ๘ ห้องไว้เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๖ และเริ่มวางรากฐานศาลาการเปรียญเอนกประสงค์ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๔๕ เมตร สูง ๓ ชั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗ ศาลาการเปรียญจัดสร้างแล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๙

ทำไมจึงนิมนต์พระสงฆ์จากวัดชลประทานรังสฤษดิ์

           คุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ขวนขวายการบำเพ็ญบุญกุศล ลูก หลาน ร่วมใจกันสร้างวัด ในช่วงกลางปี ๒๕๔๓ ถึงปลายปี ๒๕๔๖ ผู้มีจิตศรัทธา เมื่อมีกิจกรรมทางด้านศาสนาได้นิมนต์ พระมหาทวีป กตปุญฺโญ แห่งวัดชลประทานรังสฤษดิ์ จังหวัดนนทบุรี มาแสดงธรรม ณ วัดต่าง ๆ ในเขตบางขุนเทียน ท่านจึงได้รู้จักกับคุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล วันหนึ่งท่านไปแสดงธรรมที่วัดบางบอน คุณพ่อสุรินทร์ปรารภว่า ท่านได้สร้างวัดโพธิ์พุฒตาล อยู่ไม่ไกลจากวัดบางบอน และกำลังสร้างขึ้นอีกวัด อยู่ถนนท่าข้าม ๖/๑ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แต่ขณะนั้นยังไม่มีพระมาอยู่ประจำ ขอให้พระคุณเจ้า ช่วยจัดหาพระมาอยู่ที่วัดสร้างใหม่ด้วย พระมหาทวีปได้แนะนำให้โยมไปปรึกษาหลวงพ่อปัญญานันทะ แห่งวัดชลประทานรังสฤษดิ์ หลวงพ่อฯ รับทราบแล้วอนุโมทนาและท่านมีเมตตาเดินทางมาเยี่ยมสำนักสงฆ์หลายครั้ง จากวันนั้นเป็นต้นมา คุณพ่อสุรินทร์ ได้แวะไปนมัสการหลวงพ่อปัญญานันทะ บ่อย ๆ และขอร้องให้หลวงพ่อฯจัดส่งพระมาอยู่ประจำ แต่หลวงพ่อฯ มีภาระต้องดูแลกิจพระศาสนามากมาย จึงแนะนำให้โยมไปปรับพื้นที่ และจัดสร้างอาคารสถานที่ไปก่อน

พระสงฆ์มาอยู่ที่นี้ตั้งแต่เมื่อไร

           ช่วงปลายปี ๒๕๔๗ คุณพ่อสุรินทร์ เดินทางไปนมัสการหลวงพ่อปัญญานันทะ หลายครั้ง ท่านจึงได้มอบหมายให้พระจำนวน ๙ รูป ซึ่งมี พระมหาทวีป กตปุญฺโญ เป็นประธานสงฆ์มาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เมื่อวันมาฆบูชาตรงวันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ก่อนวันที่พระสงฆ์ชุดแรกจะเดินทางมาประจำอยู่ที่สำนักสงฆ์ หลวงพ่อปัญญานันทะ ได้ให้โอวาทว่า “ขอให้ทุกรูปไปช่วยสร้างวัดให้เป็นวัด สอนธรรมให้เป็นธรรม นำประชาชนเข้าหาแสงสว่างทางธรรม ทำหน้าที่ด้วยความรัก ความสามัคคี ขยันในการทำหน้าที่ มีความรอบคอบ เผยแผ่ธรรมะเพื่อบูชาคุณของพระรัตนตรัยและเพื่อความสุขแก่ประชาชน”

อุดมการณ์ในการทำงาน

           วิสัยทัศน์ของวัดแทนวันดีเจริญสุข มีดังนี้
                เผยแผ่ธรรมะอย่างสุจริต
                ส่งเสริมศาสนกิจที่ดับทุกข์ได้
                พัฒนาจิตใจประชาชน
                ฝึกตนให้เข้าถึงธรรม
                ประกอบพิธีกรรมที่ถูกต้อง

นโยบาย

           ๑.ศึกษาธรรมวินัย เพื่อปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

           ๒.เผยแผ่พระธรรมที่ถูกต้องดีงามแก่ประชาชน

           ๓.พัฒนาวัด ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่ประชาชน

ศาสนกิจภายใน

           ๑.ให้การศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร

           ๒.ให้การศึกษาฝึกอบรมแก่พุทธอาสา

           ๓.ฝึกอบรมนักเรียน นักศึกษา และประชาชน

ศาสนกิจเพื่อมวลชน

           ๑.ให้การศึกษาพระธรรมวินัย ที่ถูกต้องแก่ประชาชน

           ๒.นำผู้สนใจทำวัตร สวดมนต์ ฟังธรรมทุกวันพระ วันอาทิตย์

           ๓.นำผู้สนใจปฏิบัติธรรม ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์แรกของเดือน

           ๔.นำผู้สนใจปฏิบัติธรรม ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์กลางเดือน

           ๕.นำประชาชนบำเพ็ญประโยชน์ แก่ส่วนรวมตามโอกาสอันควร

           ๖.เผยแผ่พุทธศาสนาในสถานศึกษา ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน

เสนาสนะของวัด

           ก่อนที่พระจะมาอยู่ที่วัดแทนวันดีเจริญสุข คุณพ่อสุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ลูกหลาน ญาติมิตรผู้มีจิตศรัทธาได้สร้างกุฏิ ๒ ชั้นจำนวน ๒ หลังและห้องน้ำ ๘ ห้อง ไว้เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๖ และวางรากฐานศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๔๕ เมตร สูง ๓ ชั้น เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ หลวงพ่อปัญญานันทะ เห็นความตั้งใจ และศรัทธา ในการสร้างวัดของโยมจึงส่งพระให้มาอยู่วัดนี้ มีพื้นที่เบื้องต้น ๙ ไร่กว่า ทีมบริหารจึงมีจุดมุ่งหมายให้สำนักเป็นที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา พัฒนาคุณภาพชีวิต ปลูกจิตสำนึกประชาชนให้มาปฏิบัติธรรม ทางด้านศาสนวัตถุ ได้วางแผนการสร้างอาคารสถานที่ไว้รองรับกิจกรรมทางพุทธศาสนาตามความเหมาะสมดังนี้

เขตพุทธาวาส

           ในเขตนี้บริเวณส่วนหน้านับจากศาลาการเปรียญ ไปจรดเขตวัดด้านทิศตะวันออก จัดเป็นเขตพุทธาวาสมีอาคารต่าง ๆ ดังนี้

           ๑. ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๔๕ เมตร สูง ๓ ชั้นโดยชั้น ๑ ของอาคารเป็นห้องประชุมเอนกประสงค์ ชั้น ๒ เป็นห้องพักผู้ปฏิบัติธรรม ชั้น ๓ เป็นห้องเจริญภาวนา ศาลานี้ใช้งบประมาณ ๑๔ ล้านบาท คุณพ่อสุรินทร์และคุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ออกทุนและควบคุมการก่อสร้าง อาคารนี้สร้างแล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๙

           ๒. หอระฆัง มีฐานกว้าง ๔x๔ เมตรสูง ๓ ชั้น รวมความสูง ๑๖ เมตร เป็นที่ประดิษฐาน ระฆัง ฆ้อง และกลอง ใช้งบประมาณก่อสร้าง ๖๕๐,๐๐๐ บาท คุณพ่อสุรินทร์ คุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ออกทุนและควบคุมการก่อสร้าง แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๙

           ๓. ห้องน้ำ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร แบ่งเป็นห้องน้ำชาย ๑๒ ห้อง ห้องน้ำหญิง ๑๒ ห้องรวม ๒๔ ห้อง สร้างอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของศาลาการเปรียญ ใช้งบประมาณก่อสร้าง ๑,๕๓๐,๐๐๐ บาท งบก่อสร้างห้องน้ำได้เงินจากการทอดกฐินสามัคคีปี ๒๕๔๘ สร้างแล้วเสร็จเดือนเมษายนปี ๒๕๔๙

           ๔. พระพุทธสิลาสีหไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปางบรรทม สร้างด้วยหินทรายสีเขียว องค์พระยาว ๕.๒๐ เมตร กว้าง ๑.๕๐ เมตร น้ำหนัก ๑๕ ตัน ทั้งองค์พระและอาคารใช้งบประมาณ ๑,๔๕๐,๐๐๐ บาท คุณพ่อสุรินทร์ คุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ออกทุนและอำนวยการก่อสร้าง แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๙

           ๕. พระพุทธลีลาปชาปีติ เป็นพระปางพุทธลีลา สร้างด้วยหินทรายสีเขียว ความสูง ๒.๖๐ เมตร ฐานกว้าง ๑.๘๐ เมตร ยาว ๓.๖๐ เมตร หนัก ๓ ตัน ใช้งบประมาณ ๒๓๖,๔๓๕ บาท ระดมทุนก่อสร้างจากคณะศรัทธาปุญญฤทธิ์ สร้างแล้วเสร็จเดือนธันวาคมปี ๒๕๕๐

           ๖. พระมหากัจจายนะ เป็นพระที่สร้างจากหินทรายสีขาวอมชมพู หน้าตัก ๒.๓๐ เมตร สูงจากฐานพระ ๕.๙๐ เมตร น้ำหนัก ๔๙ ตัน อยู่ด้านประตูทางเข้าวัด ใช้งบประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท คุณพ่อสุรินทร์ คุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ออกทุนและอำนวยการก่อสร้าง แล้วเสร็จกลางปี ๒๕๕๑

           ๗. ลานหินโค้ง เป็นลานธรรมเอนกประสงค์ ลักษณะครึ่งวงกลม คล้ายพระจันทร์ครี่งเสี้ยว อาสน์สงฆ์ยกระดับสูงจากพื้น ๗๕ เซนติเมตร ที่นั่งพระกว้าง ๑.๘๐ เมตร สร้างบนพื้นที่ ๙๐๐ ตารางเมตร บริเวณลานหินโค้งปลูกต้นไม้ร่มรื่น ใช้งบประมาณ ๑,๔๓๗,๖๙๘ บาท งบก่อสร้างได้จากประชาชนที่ร่วมทำบุญทอดกฐินและผ้าป่าสามัคคีหลายครั้งสร้างแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๕๒

           ๘. อุโบสถ จะจัดสร้างทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของลานหินโค้ง

เขตสังฆาวาส

           เขตสังฆาวาสอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของศาลาการเปรียญ ในเขตนี้จะประด้วยอาคารต่าง ๆ ดังนี้

           ๑. กุฏิเจริญปัญญา สร้างช่วงกลางปี ๒๕๔๖ เป็นอาคารกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สูง ๒ ชั้น มี ๕ ห้อง ชั้นบนเป็นที่พักพระ ชั้นล่างเป็นห้องสมุด ใช้งบประมาณสร้าง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยคุณพ่อสุรินทร์ คุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ออกทุนและอำนวยการก่อสร้าง แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๗

           ๒. กุฏิพุทธรัตน์ สร้างช่วงกลางปี ๒๕๔๘ เป็นอาคารกว้าง ๘.๓๐ เมตร ความยาว ๑๕.๓๐ เมตร สูง ๒ ชั้น มี ๖ ห้อง ชั้นล่างเป็นห้องเก็บหนังสือ และห้องพยาบาล ชั้นบนมี ๒ ห้องเป็นที่พักพระภิกษุ สามเณร ใช้งบประมาณสร้าง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท คุณแม่บุญเรือน สาขำ ให้งบก่อสร้าง แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๙

           ๓. กุฏิธรรมรัตน์ สร้างช่วงปลายปี ๒๕๔๖ เป็นอาคารกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สูง ๒ ชั้น มี ๑๐ ห้อง ชั้นบนเป็นที่พักพระภิกษุ สามเณร ชั้นล่าง เป็นห้องเก็บเครื่องสังฆภัณฑ์ และห้องพักพระ ใช้งบประมาณก่อสร้าง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท คุณพ่อสุรินทร์ คุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ออกทุนและอำนวยการก่อสร้าง แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๗

           ๔. กุฏิสังฆรัตน์ สร้างช่วงปลายปี ๒๕๔๘ เป็นอาคารกว้าง ๙.๕๐ เมตร ยาว ๒๔.๓๐ เมตร สูง ๓ ชั้นมีห้องพัก ๑๓ ห้อง สร้างด้านทิศเหนือของกุฏิธรรมรัตน์ ชั้นล่างเป็นสำนักงานของวัด และห้องพัก ชั้น ๒ และ ๓ เป็นที่พักพระภิกษุ สามเณร ใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อาคารนี้คุณแม่สุรินทร์ โพธิ์พุฒตาล ให้งบประมาณสร้าง แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๔๙ เพื่อสนองประโยชน์ใช้สอย อาคารนี้ช่วงปลายปี๒๕๕๒ ได้มีการต่อเติมเพิ่ม จึงมีความยาวรวม ๓๓ เมตร งบประมาณการต่อเติมอีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท งบที่ใช้ได้มาจากการทอดผ้าป่าและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค สร้างแล้วเสร็จปลายปี ๒๕๕๒

           ๕. ห้องน้ำสาธารณะ สร้างช่วงกลางปี ๒๕๔๗ กว้าง ๕.๕๐ เมตร ยาว ๑๕.๒๐ เมตร อยู่ด้านหลังกุฏิ ธรรมรัตน์ ๘ ห้อง สร้างเสร็จต้นปี ๒๕๔๘ ช่วงปลายปี ๒๕๕๐ ได้ต่อขยายเพิ่มอีก ๖ ห้อง รวมห้องน้ำชุดนี้ ๑๔ ห้อง ใช้งบประมาณก่อสร้าง ๗๕๐,๐๐๐ บาท สร้างเสร็จกลางปี ๒๕๕๑

           ๖. อาคารคุ้มธรรม เริ่มสร้างต้นปี ๒๕๕๓ เป็นอาคารกว้าง ๑๙ เมตร ยาว ๒๙ เมตร สูง ๓ ชั้น อาคารชั้นล่าง จัดเป็นห้องบรรพบุรุษ ๑ ห้อง มีห้องพักพระ ๒ ห้อง ห้องประชุม ๑ ห้อง ห้องน้ำ ๖ ห้อง ห้องเก็บของ ๒ ห้อง ชั้น ๒ มีห้องพัก ๙ ห้อง ห้องน้ำ ๖ ห้อง ชั้น ๓ มีห้อง พัก ๑๑ ห้อง ห้องประชุม ๑ ห้อง และมีห้องน้ำ ๖ ห้อง อาคารนี้ใช้งบ ๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท คุณแม่อำพันธุ์ ศรีวีระกุล และคุณพ่อสุวิช เทียนบุญส่งให้งบการก่อสร้าง แล้วเสร็จกลางปี ๒๕๕๕

           ๗. อาคารที่ล้างจาน สร้างต้นปี ๒๕๕๗ เป็นอาคารชั้นเดียวกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๒ เมตร งบประมาณก่อสร้าง ๔ แสนกว่าบาท ได้มาจากประชาชนร่วมถวาย สร้างแล้วเสร็จ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗

           ๘.อาคารสังฆภัณฑ์ สร้างต้นปี ๒๕๕๗ เป็นอาคารชั้นเดียวกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร ใช้งบประมาณก่อสร้าง ๕ แสนกว่าบาท ได้มาจากประชาชนร่วมถวาย สร้างแล้วเสร็จ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗

            จากวันมาฆบูชาปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน วัดแทนวันดีเจริญสุข มีความก้าวหน้าทั้งทางด้าน ศาสนบุคคล ศาสนธรรม ศาสนวัตถุและศาสนพิธี จึงได้รับการคัดสรรค์จากคณะกรรมการ สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เป็นวัดพัฒนาดีเด่นเฉลิมพระเกียรติ ด้านจัดปฏิบัติธรรม ในปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๗

            เพื่อให้กิจกรรมในด้านต่าง ๆ ของวัดดำเนินไปด้วยดี มีความเจริญก้าวหน้า คณะผู้บริหารวัดแทนวันดีเจริญสุข ขอเรียนเชิญ และเชิญชวน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างและพัฒนาวัด เสนอแนะ ให้คำปรึกษา วางแผนพัฒนา กิจกรรมของวัดในด้านต่าง ๆ ให้เจริญ รุ่งเรืองมั่นคงยิ่งขึ้นไป